บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) (“J”) ดำเนินการจัดลำดับประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน โดยยึดหลักความมีนัยสำคัญของผลกระทบ (Impact Materiality)

เพื่อระบุและประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นผลกระทบจากกิจกรรมขององค์กรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การบริหารพื้นที่เช่า การให้บริการผู้เช่าและผู้ใช้บริการ ไปจนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในโครงการ

ทั้งนี้ รายงานความยั่งยืนฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงมาตรฐานการรายงานขององค์กรแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล (Global Reporting Initiative: GRI) ฉบับ GRI Standards 2021 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เพื่อให้การเปิดเผยข้อมูลมีความโปร่งใส ครบถ้วน และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล บริษัทให้ความสำคัญกับการประเมินและสะท้อนผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถเปิดเผยประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญได้อย่างชัดเจนและเหมาะสม โดยมีรายละเอียดกระบวนการกำหนดเนื้อหาของรายงานดังนี้

การทำความเข้าใจบริบทองค์กร
การระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นและที่อาจเกิดขึ้น
การประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญ
การจัดลำดับและกำหนดประเด็นสาระสำคัญ
1
การทำความเข้าใจบริบทองค์กร

บริษัทวิเคราะห์บริบทองค์กรทั้งภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าและพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยพิจารณาปัจจัยภายใน ได้แก่ โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ ระบบบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน การบริหารจัดการสัญญาเช่า การบริหารจัดการอาคารและความปลอดภัย ระบบบริหารพลังงาน น้ำ และของเสีย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและระบบสารสนเทศในการดำเนินงาน ควบคู่กับการพิจารณาปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แนวโน้มอุตสาหกรรมค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ กฎหมายและข้อกำหนดด้านผังเมือง ความปลอดภัยอาคาร สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองผู้บริโภค ความคาดหวังของชุมชนรอบโครงการ รวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ดังกล่าวครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การคัดเลือกทำเล การออกแบบและก่อสร้าง การบริหารพื้นที่เช่า การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย ไปจนถึงการบริหารจัดการอาคาร เพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไขที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท


2
การระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นและที่อาจเกิดขึ้น

บริษัทระบุผลกระทบทั้งเชิงลบและเชิงบวกที่เกิดขึ้นแล้ว และที่อาจเกิดขึ้น จากกิจกรรมของบริษัทและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยพิจารณาผลกระทบต่อผู้เช่า ผู้ใช้บริการ ชุมชน พนักงาน คู่ค้า และสิ่งแวดล้อมการระบุผลกระทบดำเนินการผ่านการรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนจากผู้เช่า ผู้ใช้บริการ และชุมชน การวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ผ่านมา การทบทวนข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการหารือภายในกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาว่าผลกระทบดังกล่าวเกิดจากการดำเนินงานของบริษัทโดยตรง มีส่วนสนับสนุน หรือเชื่อมโยงผ่านความสัมพันธ์ทางธุรกิจ


3
การประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญ

บริษัทประเมินระดับนัยสำคัญของผลกระทบโดยใช้เกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ โอกาสเกิด ขนาดความรุนแรงของผลกระทบขอบเขตของผลกระทบ และความสามารถในการเยียวยา ในการประเมินผลกระทบเชิงลบ บริษัทให้ความสำคัญกับระดับความรุนแรงของผลกระทบเป็นหลัก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรม ขณะที่ผลกระทบเชิงบวกจะพิจารณาจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ ความต่อเนื่องของผลลัพธ์ และการยกระดับคุณภาพชีวิตหรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจของผู้เกี่ยวข้อง


4
การจัดลำดับและกำหนดประเด็นสาระสำคัญ

บริษัทนำผลการประเมินมาจัดลำดับความสำคัญ โดยประเด็นที่มีระดับผลกระทบสูงหรือมีขอบเขตกว้างต่อผู้มีส่วนได้เสียจะถูกกำหนดเป็นประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน ประเด็นดังกล่าวถูกนำไปกำหนดแนวทางบริหารจัดการ ตัวชี้วัด และการเปิดเผยข้อมูลในรายงานความยั่งยืน รวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง

การจัดลำดับประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน

ในปี 2568 คณะผู้บริหารระดับสูงบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) จัดกระบวนการจัดลำดับความสำคัญในประเด็นที่สำคัญ โดยการพิจารณา ประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อบริษัททั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการและเศรษฐกิจ

มีจำนวนทั้งสิ้น 13 ประเด็น โดยประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในทุกกลุ่ม บริษัทได้จัดลำดับความสำคัญตามการพิจารณาผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท ดังต่อไปนี้

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
มิติสิ่งแวดล้อม
  • SM1
    การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
  • SM2
    การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ
มิติสังคม
  • SM3
    สิทธิมนุษยชน
  • SM4
    การดูแลและเสริมสร้างศักยภาพพนักงาน
  • SM5
    การมีส่วนร่วมกับชุมชน
  • SM6
    อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
มิติการกำกับดูแลกิจการและเศรษฐกิจ
  • SM7
    ผลตอบแทนที่ยั่งยืน
  • SM8
    นวัตกรรมและเทคโนโลยี
  • SM9
    การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
  • SM10
    การคุ้มครองข้อมูลและระบบสารสนเทศ
  • SM11
    การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน
  • SM12
    การกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • SM13
    คุณภาพ ความปลอดภัย และความพึงพอใจของผู้บริโภค

การทบทวนประเด็นสำคัญ

บริษัทดำเนินการทบทวนประเด็นสาระสำคัญเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงสอดคล้องกับบริบทธุรกิจ กลยุทธ์องค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่เปลี่ยนแปลงไป โดยพิจารณาทั้งมิติผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสที่อาจส่งผลต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ผลการทบทวนถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อนการเปิดเผยในรายงานความยั่งยืนประจำปี ทั้งนี้ บริษัทมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่อคณะกรรมการอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสนับสนุนการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง และจัดทำรายงานผลการดำเนินงานในภาพรวมเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้